Pages

วันอังคารที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2555

โลกแห่งการเรียนรู้ของเด็กๆ - บ้านพิพิธภัณฑ์

บ้านพิพิธภัณฑ์
ดูของใช้รุ่นปู่ย่าตายายในห้องแอร์ ไม่ร้อนเลย ที่จัดได้น่ารัก สะอาดด้วย ไม่แออัด มีมุมสวยๆให้ถ่ายรูปด้วยนะคะ เจ้าหน้าที่ทำงานแบบจิตอาสา ยิ้มแย้มแจ่มใส มาช่วยกันแบบไม่รับเงิน (พี่ข้างบนเล่าให้ฟัง) 

location: 170/17 หมู่ 17 ถ.ศาลาธรรมสพน์ 
ซอย 3 เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ 10170

วัน เวลา เปิดให้เข้าชม:  เสาร์และอาทิตย์เท่านั้นนะคะ 

โทร: 089 6662008, 089 20028003 

วันที่ไปเี่ที่ยว - 7 ตุลาคม 2555 ปิดเทอมเล็กพอดีค่ะ

ค่าเข้าชม  ผู้ใหญ่ 40 เด็ก รู้สึกจะไม่เสียหรือเสียตั๋วเด็ก (จำไม่ได้ค่ะ)

วันนี้ตอนแรกตั้งใจจะไปสวนรถไฟ แต่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน พ่อเลยเบนหัวรถไปอีกทาง เป็นสถานที่พ่อตั้งใจอยากพาเด็กๆไป "บ้านพิพิธภัณฑ์"   

การเดินทาง
ขับรถไปง่ายๆ เลยค่ะ วันนั้นที่ไปเป็นวันอาทิตย์เกือบสี่โมงเย็นละ จอดรถในซอยค่ะ ตอนไปถึง ฝนตกมาก พี่ๆน้องๆที่อยู่ในบ้านพิพิธภัณฑ์น่ารักมากเลย ช่วยมารับเด็กๆและผู้มาเที่ยวค่ะ เป็นกันเองและมีจิตอาสาสุดๆ

ลักษณะสถานที่
เป็นอาคารอยู่ติดถนนในซอยค่ะ มี 3-4 ชั้น ค่ะ ติดแอร์ ปกติแล้ว ถ้านึกถึงสถานที่แนวนี้ที่มีของใช้รุ่นปู่ย่าตายายเรา มักจะเป็นสถานที่โล่งๆ ร้อนๆ เด็กๆจะไม่ค่อย enjoy มาก แต่ที่นี่ เด็กๆำไม่เบื่อเลย สนุกกับการเข้าชมมาก  พอดีน้องได้เรียนเรื่องการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต ของใช้ต่างๆ (สังคม ป.1) มาแล้ว ยิ่งสนุกใหญ่เลย ของที่นี่ส่วนใหญ่ได้รับบริจาคมา เห็นมีชื่อผู้บริจาคด้วย

มีอะไรบ้างในนี้
เข้าไปชั้นแรก 
มีร้านกาแฟน่ารักๆ บริการ แต่ตอนไปมันเย็นแล้วค่ะ รีบเข้าไปดูในตัวพิพิธภัณฑ์ พอออกมา ร้านก็ปิดแล้ว  ต่อกันเลย
มุม สมุด หนังสือเก่าๆ บางเล่มยังเป็นรุ่นคุณแม่เรียน แต่บางเล่มสงสัยจะเก่ากว่านั้น

มีของกินของเล่นรุ่นคุณแม่ขายด้วย มาม่าช้างน้อยอยู่ในท้องน้องดรีมไปเรียบร้อยละ


กลอนดีๆที่เด็กๆรุ่นใหม่ไม่รู้จัก...
อย่าเกียจคร้านการเรียนเร่งอุตส่าห์
มีวิชาเหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสน
จะตกถิ่นฐานใดก็ไม่แคลน....

ร้านขายของเล่นก็เป็นอีกห้องที่สวยๆของชั้นล่าง ลูกชายคนเล็กชอบห้องนี้มาก เดินวนไปมา ดูพื้นห้องสะอาดดี 









มาที่ชั้นสอง
เดินขึ้นบรรไดมา ตรงหน้ามีห้องถ่ายภาพ สตูเล็กๆ มีคุณลุงช่างภาพมือโปรกับน้องอัดรูปน่ารักใจดี เห็นฉากและฝีมือจากคนที่ถ่ายก่อนหน้า สวยมากค่ะ ใบละ 80 บาท เป็นรูปถ่ายขาวดำ พร้อมเมาท์(กรอบกระดาษ) ฉากถ่ายและของตกแต่งทำให้เราเหมือนคนในยุคปู่ย่าตายาย ภาพถ่ายขาวดำคมชัด ได้มีโอกาศคุยกับคุณลุงว่า มาเฉพาะอาทิตย์บ่าย ขนอุปกรณ์ถ่ายภาพมาเองราคาหลักแสน หมึกพิมพ์เป็นหมึกอย่างดีอยู่ได้เป็นสิบปี มาเพราะจิตอาสา 80 บาทที่จ่ายมา ยกให้พิพิธภัณฑ์  ได้ยินแค่นี้ ถ่ายโดยไม่ต้องคิดเลยค่ะ แพ้คำว่า "จิตอาสา" คุณลุงใจเย็นใจดี พูดจาสุภาพ ถ่ายทั้งครอบครัวมีเด็กจอมวุ่นอยู่ 2 คน หยุกหยิกตลอด คุณลุงถ่ายจนได้รูปสวยๆหลายรูปทีเดียว กดไม่ยั้ง ไม่สวยไม่หยุด

ข้างๆห้องภาพเป็นร้านตัดผม "อรุณเกษา"
บรรยากาศได้ฟิลด์ตอนสมัยคุณแม่เป็นเด็กๆอยู่ที่พิจิตรมากๆ 




ตรงร้านตัดผม จำลองเป็นโรงภาพยนต์สมัยก่อน หนังที่ฉาย เป็นขาวดำ ชาลีแช้ปปิ้น (เขียนไม่ถูกแน่เลย)  เก้าอี้ก็เป็นของโรงหนังสมัยก่อน ดึกดำบรรพ์มาก แต่สภาพโอเค น้องดรีมดูไม่ยอมออกเลย  

อีกข้างนึงของห้องถ่ายภาพ เป็นห้องเก็บข้าวของเครื่่องใช้สมัยเก่าๆ เช่น กระโถน เตารีด เครื่องครัว  ตู้ ไม่มีรูปถ่ายให้ดูเพราะว่า ถ่ายไม่ดีภาพถ่ายมันมืดไปหมดเลย




ชั้นสามขึ้นไป (เริ่มเมื่่อย)

มีห้องเรียนจำลองพร้อมระฆังบอกเลิกเวลา โยกได้ด้วยนะ  จัดได้เหมือนตัวเองกลับไปเรียนอีกครั้งมาก




ข้างๆห้องเรียนมี ที่ว่ากำเภอ สีหนคร จัดให้ดูเห็นสิ่งของเครื่องใช้ในที่ว่าการสมัยก่อน เด็กๆให้ความสนใจกันมาก





ที่ขาดไม่ได้ ก็เรื่องของดนตรี ร้านประชุมผล จำหน่ายเครื่องเสียง แผ่นเสียง 









 
ยังไม่หมดแค่นั้น กลับลงมาข้างล่างเดินออกไปนอกตัวบ้าน เหมือนสวนบ้านค่ะ แต่เค้าจัดเป็น ร้านขายกาแฟโบราณ  ดูเจ้าหมูน้อยคงอยากกินขนมปังปอนด์ 








ร้านทำฟันหู้จิ้น ดูเครื่องมือแล้วเข้าใจว่า ทำไมตอนเด็กๆถึงกลัวหมอฟัน 5555







ยังมีอีกหลายจุดที่น่าสนใจ แต่ถ่ายมาไม่ครบ ต้องแวะไปชมให้ได้นะคะ  ถ้าเล่าอะไรผิดขอโทษด้วยค่ะ จำได้ไม่ทั้งหมดนะคะ


บ๊าย บาย
กลับบ้านแวะซื้อบัวลอยซอยสามัคคีกินดีกว่า อร่อยมากกกก

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น